2005/Nov/15

ไม่ได้หายไปไหนน๊า...ส้มโอบ้ากลับมาบอกเล่าเรื่องราว...ความเป็นไปของชีวิต ให้ได้มาอ่านกันอีกแล้วค่ะ หายไป2เดือน..จากที่นี่ไปนานเหมือนกัน คิดถึงก็เลยแวะมาเขียนบ้าง ก็เลยหยิบยกเอาความประทับใจไม่รู้ลืม และเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันนี่เอง มาบอกเล่าสู่กันฟังน่ะค่ะ ประเดิมเรื่องแรกกับ.."สะบายดี หลวงพระบาง"

ก่อนอื่นขอชี้แจงก่อนนะเจ้าคะว่านี่คือการเล่าเรื่องการเดินทางของอีชั้นและผองเพื่อนชาวป.โท(อีก56ชีวิต) ในการเดินทางทัศนศึกษา ท่องเที่ยว(เน้นๆ) ณ แขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 6 วันพุธ 9 พฤศจิกายน 2548 เจ้า

เริ่มต้นด้วยวันที่ 6 พฤศจิกายน 2548

24.30 เพิ่งจะไสหัวกลับไปนอน เนื่องจากมัวนั่งเก็บของยัดกระเป๋า

03.50 อ่ะ แหกขี้ตาตื่นก่อนไก่โห่ ลากสังขาลไปอาบน้ำ --__-- + แปรงฟัน + สระผมด้วย = ตาสว่างเลย คิคิคิ

04.20 โทรไป Confirmed ว่าจะไปรอรถมารับที่ไหน

05.00 ตาลีตาเหลือกไปขึ้นรถ...ท่ามกลางความมืดที่มีแต่สาย หมอกยามเช้า

05.30 ระหว่างนี้ก็แวะรับสมาชิกในห้องที่จะไปด้วย ตามจุดที่นัดกันไว้

08.00 ถึงท่าเรือ อ.เชียงของ สมาชิกกว่า57ชีวิต ทั้งหมด พร้อม ....3......4 .....รัวว.....เอ๊ย ก็มารวมตัวกันเพื่อเตรียมขึ้นเรือ

08.10 กระเป๋าก็ไปกับเรือลำนึง คนก็ไปกับอีกลำนึง เพื่อข้าม ไปฝั่งลาว เพื่อนั่งรถ2แถวต่อเพื่อไปขึ้นเรือลำใหญ่ที่ท่าอีกด้านอีกที

09.00 ถึงเวลาเดินทาง

18.00 ถึงจุดหมายปลายทางนั่นคือหลวงพระบาง

18.30 ทานอาหารมื้อแรกของที่นี่

19.30 เข้าที่พัก

20.30 ไปกาดมืด Night Barzaa ของหลวงพระบาง

22.00 ไปแรดต่อที่เทคลาว

01.30 กลับไปซุกหัวนอน เพื่อเติมแรงเที่ยวต่อวันต่อไป

นี่คิอการสรุปคร่าวๆของโปรแกรมทั้งหมด ระหว่างวันที่ผ่านมาก็มีประมาณนี้แหล่ะค่ะ

ระหว่างการเดินทางอันแสนยาวนานนี้ สภาพบนเรือก็ไม่ต่างอะไรกับเรือสำราญเลย เนื่องจากว่าแต่ละคนต่างก็เคร่งเครียดกับการคิดเลข และเล่นทายสัตว์กัน...ก็...ไพ่กับน้ำเต้า ปู ปลา ไง ได้เสียกันไปหลายคน (-___--) หมายถึงเงินน่ะ อย่าคิดมาก

ส่วนอิชั้นน่ะเหรอ เป็นเด็กดีค่า ไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มของมึนเมา ก็...คุณแม่ขอร้องมานี่ค๊า แต่ยังไงก็ไม่คิดจะแตะอยู่แล้ว เล่นไพ่ก็ไม่เป็นมีหวังโดนโกงหมดตูดแหงๆ แล้วก็ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วด้วยว่าบรรยากาศแบบนี้น่าปลีกวิเวกมานั่งอยู่คนเดียวเป็นที่สุด บรรยากาศงามๆ ลมเย็นๆ น่านอนเป็นที่ซู๊ด... .

พอนอนไม่หลับเหรอ ก็ฟังเพลงสิ ไม่ก็วาดรูป ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็ดีที่คิดถูกเอาหนังสือมาอ่านด้วย อ่านได้จนจบเลยแต่เรื่องค่อนข้างเศร้ายังไงก็ไม่รู้แถมจบแบบให้คิดอีกต่างหากเลยทำให้มีเวลาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกนานหลายตลบเลยล่ะ ไม่รู้ว่าเคยอ่านกันรึเปล่า หนังสือเรื่องอยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง ของอภิชาติ เพชรลีลา ที่เขียนเรื่องกล่องไปรษณีย์สีแดง (ต้นฉบับหนังเพื่อนสนิท) ไง อ้อแล้วยังสามารถเขียนโปสการ์ดให้ที่รักได้อีกด้วยล่ะ คิดดูละกันว่ามีเวลาเหลือเฟือแค่ไหน ^___^

ความรู้สึกแรก....ครั้งแรกที่มาถึงหลวงพระบาง

แปลกๆอ่ะ ทีแรกคิดว่ายังไม่ถึงซะอีก เพราะระหว่างทางเค้าก็จอดบ่อยเหมือนกัน เพื่อไป Stamp ขออนุญาตนำเรือผ่านอะไรประมาณเนี้ยแหล่ะ แล้วพวกในเรือก็ชอบอำกันเหลือเกินว่าถึงแล้วๆ แต่จริงๆก็ไม่ใช่ซะที

ประมาณ 9 ชั่วโมงในเรือนี่มันนานจริงๆนะ แต่ก็ดีกว่านั่งรถอ่ะ เพราะเราสามารถเดินเล่นแก้เมื่อยได้ มีห้องน้ำด้วย ไม่มีแวะรายทางยกเว้นตอนไปแวะStampที่ว่าแหล่ะ ตอนเรือมาจอดเทียบท่าเนี้ย ยังคิดอยู่เลย ว่าเอ๊ะ ถึงแล้วจริงอ่ะ ไม่เห็นมีไรเลยอ่ะ เห้นแต่ไฟตามรั้วข้างบนท่าเรือ คิดว่าคงเป็นร้านอาหารแหล่ะ พอได้กระเป๋ากันครบแล้วก็ไปขึ้นรถมินิบัส (รึเปล่า --__--) แต่คันเล็กพอๆกะรถตู้เลย แล้วก็เดินทางไปทานข้าวเย็นกัน กับข้าวอร่อยใช้ได้ หน้าตาก็คล้ายๆกับอาหารบ้านเราแต่ที่แปลกว่าก็คือ สลัดผักน้ำ อร่อยแบบแปลกๆ ซึ่งเราคิดว่ากินกับไข่จะอร่อยกว่ากินผักกับน้ำสลัดเพียวๆนะ กินกับไข่แล้วไม่เลี่ยนดี

ที่นี่เค้าดูTV.ช่องต่างๆของบ้านเรานี่แหล่ะ ไกด์บอกว่าทีวีที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวแล้วก็เกี่ยวกับเกษตรกรรม บ้านเค้าไม่มีละคร ไม่มีรายการต่างๆเหมือนบ้านเรา แต่เค้าก็ดูของบ้านเราได้ จานรับสัญญานดาวเทียมที่นี่ท่าจะขายดี...เพราะเห็นมีกันเกือบทุกบ้านเลย ส่วนUBC เค้าก็รับได้นะแต่คิดว่าคงไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่เพราะเห็นมีน้อยกว่า และส่วนใหญ่ที่มีจะเป็นพวกโรงแรม กับร้านอาหารเป็นบางที่เท่านั้นเอง (คิดว่าคงเอาไว้ให้พวกฝรั่งดูมั้ง) อ้อ แถมที่นี่ยังติดแดจังกึมเหมือนบ้านเราอีกต่างหาก แล้วกว่าจะงัดพวกเราออกมาจากร้านอาหารได้ก็ต้องรอจนละครใกล้จบนั่นแหล่ะ --___--

โปรดติดตามตอนต่อไป >>>>>>

ยามเย็น...ใกล้ถึงหลวงพระบางแล้วจ้า


edit @ 2005/11/15 23:26:41

Comment

Comment:

Tweet